| Ranu's profileเจ่น เจ๊น ๑__๑PhotosBlogLists | Help |
|
July 04 เบื่ออออออๆๆๆๆๆๆ ม่ายมีกล้องถ่ายรูปปปปปปปอยากถ่ายรูป อยากแต่งรูปปปปปปป โอ้ววววววว ม่ายยยยยย ทั้งกล้องฟิล์มและกล้อง dslr น้องขนไปใช้ที่มหาลัยหมดเล๊ยยยยย เซงงงง June 13 วันนี้กลับมาบ้านแล้วเข้าไม่ได้T_Tวันนี้กลับมาบ้านแล้วเข้าไม่ได้ เหอๆ มันจะไม่เป็นไรมากถ้า...
ไม่ได้ซื้อน้ำแข็งมาด้วย
เลยหยิบกล้องมาถ่ายเล่นสองสามยก
แม่กุญแจหน้าบ้าน....เฮ้อ แล้วทำไมไม่พกลูกกุญแจบ้านล่ะ
ดับเบิ้ลเอ็กโพสเชอร์ ... 555 อันนี้ต้องเป็นประตูหน้าบ้านแน่ๆเลย ไฟรัฐบาลหน้าบ้าน รูปสุดท้าย ตุ๊กๆค่ะเป็นรถคันแรกที่คิดจะถ่าย ปรากฏว่าเป็นน้านั่งมา (มีคนเปิดประตูแว้ววว) ทันใดนั้น พ่อก็กลับมาพอดี T_T ในที่สุดก็เข้าบ้านได้โดยสวัสดิภาพ....สาธุ May 27 ต่อด้วยไปเยี่ยมพระเข็มที่วัดราชนัดดา (โลหะปราสาท)พระเข็มได้เป็นแบบไปโดยปริยาย...
เพื่อนเลอเดินตามมาทีหลัง... ไม่ได้นั่งไม่สุภาพน้า...แต่เข่าไม่ดี...เอ็นอักเสบ (เดินมาจากบ้าน..แถมเดินไปส่งพวกเราที่นมมนต์อีกต่างหาก รู้สึกบาป)
วันนี้พี่สาวพระเข็มถวายเพลเป็นพิซซ่า อึ้งไปเลย...(อยากกินไอติมของแถม)
ระหว่างที่นั่งรอพระเข็มทำวัดเย็นก้อเมาท์ไปเรื่อย...
คนนี้ก้อมีเนื้องอกเกาะเป็นระยะๆเช่นกัน...
โอ้ว...นายเท่ห์มากกกก
พระเข็มทำวัดเย็นเสร็จแล้วก้อออกมาสนทนาธรรมกันต่อ...
รู้สึกได้รับอานิสงค์...ตาสว่างขึ้นเล็กน้อยถึงปานกลาง อยากศึกษาพระธรรมมากขึ้น...ดูท่านช่างอิ่มเอืมใจ
สเต๊กสามย่านวันเสาร์เพื่อนๆไปเยี่ยมพระเข็มกันตอนเที่ยงๆ นัดกันแปดโมงเช้า...ครบตอนกินข้าวเที่ยงพอดี
(ไม่ๆ เราไม่เผาเพื่อนด้วยกันเอง...เก็บไว้เล่าตอนลูกโตแล้ว)
พอเดินไปรับน้องเทปที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินก็ไปกินสเต็กสามย่านกันด้วยความหิวโหย
ทริปกินสเต็กนี้...มี
เดี๊ยนเอง....เวลาถ่ายรูปไม่ต้องแหกตาขนาดน้านน
ท่านเทป ขอโทษด้วยที่ไม่รีทัช...และรูปแหว่งๆ เพราะแกรีทัชหน้าชั้นสวยเกินจริงจนต้องรับโทรสับกันทั้งคืน คนต่อไป คุณอ๊อด นายเท่ห์มั่กๆ
กับตี๋ที่มีสมาธิกับการอ่านการ์ตูนอย่างจายจดจายจ่อ
และแล้ว...อาหารที่สั่งก้อมา ฟิเรสตุ๊กกกกก...ขอสักทีเถอะ อยากมานานและ เนื้อคุณภาพดีด้วยวันนี้ (คุณภาพแย่คือ เหม็น กินไม่ได้) แต่น้ำสลัดก้อระดับเทพเหมือนเดิม...
ของเพื่อนเทป...ไก่กอดองเบลอที่โดนชำแหละแล้ว..
ของไอ้อ๊อด...ไก่อลาสก้า...กินไปกินมา โดนหลอก.. ร้องขึ้นมาว่า "ลุงแม่งหลอกกู๊!!! แม่งมีอีกชิ้นซ่อนอยู่ข้างใต้... หลอกลวงผู้บริโภ๊ค!!!" คือมันอิ่มแล้วนั้นเอง อืดสุดๆ May 06 Review : ก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอย กิ้วๆวันนี้เจ่นเจ๊นจะมารีวิวก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยกานนน... ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 24 (อย่าไปบอกเจ้าหนี้นะว่าบ้านอยู่ซอยนี้)
เป็นก๋วยเตี๋ยวแผงลอยรถเข็นที่เปิดตอนประมาณหกโมงเย็น แนะนำว่ากินหลังทุ่มนึงจะดีมาก...ทำไม? อ่านต่อไปเด๋วก้อรู้ 555 โต๊ะก็มีประมาณหกโต๊ะแค่นั้นเองแต่มีคนมากินเรื่อยๆ กินนี้บ้าง ซื้อกลับบ้าง... สมัยก่อนตอนเด็กๆหม่าม้าบอกว่าน้ำแกงร้านนี้ม่ายอร่อย..
สงสัยเพราะกินน้ำประปาบ่อยเลยเห็นว่าก๋วยเตี๋ยวอร่อยขึ้น...(ล้อเล่นนะ) ________________ อาโกวที่ขายมีสองคน มีอาเจ็กอีกคน คนลวกเส้นนี่คนเดิมตลอดสิบปีกว่าๆที่ผ่านมา.. คนที่เหลือก็คอยรับออเดอร์กับเป็น busboyส่งก๋วยเตี๋ยว วันนี้มีสาวคนนึงมาช่วยด้วยไม่รู้เป็นใคร..ด้านขวาที่ยืนช่วยห่อก๋วยเตี๋ยวอยู่ ร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อ : อะไรม่ายรู้...555 ไม่ได้ถาม ลืมซะงั้น..เง้อ ตั้งแต่เพื่อนบอกว่าอร่อยเป็นต้นมา...ร้านนี้ก็เป็นหน้าเป็นตา เวลาใครมาบ้านก็ให้มากินร้านนี้ รูปอาโกวสองคน...ไม่รู้เจ็กเป็นแฟนกับโกวคนไหน..เอิ้กๆ ปล. สังเกตความเก๋า เก่า ของชามให้ดี
ความคลาสสิคของร้านนี้อีกอย่างคือกระดาษห่อก๋วยเตี๋ยวแห้งยังเป็นหนังสือพิมพ์จีนอยู่เลย... อึ้งป่ะล่ะ !!
น้ำแข็งเปล่า..บ้างวันก็เสิร์ฟให้ บ้างวันก็ตักกินเอง น้ำอัดลมก็มี วางอยู่ข้างหลัง..ไม่มีตู้แช่หรอกนะ อิอิ
เครื่องปรุง พริกป่น น้ำตาล น้ำปลา ถั่วลิสงคั่ว พริกน้ำส้ม(อันนี้เด็ดสุด ของโปรด) พริกไทย น้ำเปล่าไว้เติม
วันนี้สั่งเป๊บซี่สอง แข็งเปล่าสาม..
ชามแรกของคุณญาติ เล็กน้ำ... เกี๊ยวทอดหนึ่ง ลูกชิ้นปลาสอง เกี๊ยวปลาหนึ่ง เผือกทอดหนึ่ง ..น้อยจัง
ชามนี้ของเดี๊ยน...บะหมี่ต้มยำ...กินเข้าไปแทบไม่ต้องปรุง...จนเกือบหมดนึกอยากกินพริกน้ำส้มถึงค่อยใส่..เหะๆ
เส้นบะหมี่...อ้ากกกกส์
ไฮไลท์..... แต่น แตน แต๊น.!!!! เกี๊ยวปลา..!!! อันนิดเดียวอ่ะ...
อันนี้ของคุงญาติอีกคน...ใหญ่โฟ หมึกกรอบน่ากินมั่กๆ... -_- ผักบุ้งก้อยอดๆ ไม่เหมือนบ้างที่ให้แต่ก้านกับก้านหญ่ายๆ
ชามที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชนยาวนานเกือบยี่สิบปี...(อายุจะมากกว่าชั้นมั้ยเนี้ย..) หาเจ้าอื่นไม่มีนะเนี้ย..555
เกลี้ยงซะ... ชอบร้านนี้ตรง serving size นี้แหล่ะ เหมาะสมกับหญิงสาวอย่างเราๆ ดูประหยัดดี 20 บาท ใครกินเยอะหน่อยก้อเบิ้นสอง อย่างคุงญาติเราทั้งสองคนเป็นต้น ทั้งหมดกินไปห้าชาม สั่งกลับบ้านอีกสี่ เป็น 180 แป๊บซี่สอง 16 แข็งเปล่าสาม 3 ค่าเสียหายทั้งหมด 199 บาท...จบข่าว... ปล. กินบ้าไร้สติ เหตุเกิตตอนตีสามวันนี้ มาดูกันให้ชัดๆว่า ห่อก๋วยเตี๋ยวแห้งคลาสสิคแค่ไหน
เปิดออกมาแล้วเทใส่จานไปเข้าเวฟ...(ตอนแรกจะเข้าทั้งห่อ..แต่กลัวตะกั่ว) ออกมาเสร็จก้อปรุงซะ มองดีๆ เกี๊ยวทอดกับเผือกทอดหายไปไหนฟร้า !! April 24 Me Myself .... (spoil), The number 23 (spoil)ออกมาจากโรงมีแต่คนบ่นว่าไม่ค่อย... ไม่เท่าไหร่...
จะมีใครได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งบ่นในห้องน้ำ กับเพื่อนที่เพิ่งโทรมาทางโทรศัพท์มือถือว่า
"ดีแล้ว...แกอย่าดูเลย ไม่อินหรอก... แกไม่ได้ชอบคนผิดเพศเหมือนชั้นหนิ...555"
ว่าแล้วก้อปาดน้ำตา แต่งอายลายเนอร์ที่หายไปข้างนึงระหว่างสงครามครูเสดมะกี้
อินกับอะไรในเรื่องนี้...
0. Tan >> Tam
1. อนันดา...น่าร้ากกกกก กร๊ากกกกกกรั่กๆๆ
2. ความฝันของนางเอก...ไม่ได้เหมือนกันหรอกนะ...ชั้นไม่ได้ฝันอยากเป็นนักกีฬา ice skate
แต่.... ชั้นฝันว่าอยากเล่นได้..เพราะ "Guys can be pretty rough out on that ice."
หนังที่พระเอกสุดที่ร้ากเล่นไว้ (คงเป็นเพราะเทอสามารถ ice skating ได้จึงได้รับเล่นในเรื่องนี้ 555)
หลายคนอาจเห็น ice skate เป็นกีฬาที่สวยงามและนุ่มนวลชวนฝัน...
ความจริงแล้วไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็นหรอกนะ
น้ำแข็งหน่ะมันแข็งจริงๆ
แข็งกว่าพื้นธรรมดาที่เรายืนอยู่อีก
น้ำแข็งเย็นอีกต่างหาก
เย็นกว่าพื้นที่เรายืนอยู่อีก
ทั้งแข็งทั้งหนาว
การล้มแต่ล่ะครั้งหมายถึงการบาดเจ็บหากไม่มีการป้องกันที่ดี
(แถมเปียกอีกต่างหาก ยิ่งเปียกยิ่งหนาว)
ก้นช้ำ ขาเขียว
มีอแหกเพราะไถลไปกับน้ำแข็งที่ขรุขระ
เข่าแหก ข้อมือพลิก
แต่ชั้นก้ออยากเล่น ice skate ให้ได้
มันเหมือนกับการที่ชั้นเคยเล่นบาสตอนมัธยม...
ได้ทิ้งอะไรหลายอย่างไว้...
ความกลัว ที่ก่อเกิดขึ้นในใจตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น...
การที่ไม่กลัวที่จะออกไปเดินในลานที่มีคน skate เก่งๆวิ่งเฉี่ยวไปมา...
ไม่กลัวเจ็บ...
จะได้กลับเป็นคนเดิมซะที...
3. บ้านเลขที่ตอนที่แทนตามหา บ้านแรกที่เจอ... 7/14 ว่ะ555 บ้านชั้น 7/24 ถ่ายทำแถวนี้ทำไมไม่รู้เรื่องเลยฟร้า เศร้านะเนี้ย อดเจอนันดาเลย
4. ตอนแทนย่าไปเจอหนุ่มเค้าอยู่กับลูกกับเมีย... โวยวายร้องไห้... อินโว้ยยย...!!!
(ทำไมไม่มีคนมาตีหัวปล้นชั้นเหมือนในหนังบ้าง...เผื่อจะได้ความจำเสื่อมทันทีเลย..จักเป็นพระคุณ >>> ตีหัวตัวเองแมร่งเลย 555)
5. "การแอบอ่านบันทึกของคนอื่นเป็นเรื่องร้ายแรง" (ไม่มีข้อยกเว้นเหมือนในหนัง) 5555 ==+
6. เชื่อเรื่องการคงอยู่ของวิญญาณมั้ย...ที่เมื่อคนนึงจากไปแล้ว วิญญาณส่วนนึงยังสิงอยู่ในร่างอีกคน เช่น มาม่า หรือ ช็อคโกแล็ตในเรื่องนี้
ที่จริงมันไม่ใช่เรื่องผีหรืออะไรหรอก...มันเป็นธรรมดาที่ใครจะซื้อของที่มีความทรงจำดีๆกับคนบ้างคน ตอนเรานึกถึงคนนั้น...
นึกถึงเพื่อนบางทีเราก้อนั่งร้านกาแฟ กินเค้ก
บางครั้งก้อซื้อ pop candy มากิน (ที่กินแล้ว แป๊ะๆในปาก)
บางครั้งก้อซื้อเบียร์แปลกๆมากิน
บางครั้งก้อนึกอยากกิน whopper ว่าตกลงมั้ยอร่อยจิงๆหรอ
วาเลนไทด์อาจจะซื้อ dark choc ให้ตัวเองกิน
ฯลฯ
มันก้อคล้ายๆกับที่หลายคนยังไปเดินวนๆในที่ที่มีความทรงจำดีๆกับใครบ้างคนนั้นแหล่ะ
พ่อ แม่ ญาติ
เพื่อน
คนรัก
และคนที่เคยรัก(กัน)
.
.
.
.
.
.
"แล้วจะกรวดน้ำไปให้ กรั่กๆๆ "
ยัง !!!!! ยังไม่ตายย
7. อยากเป็นนางเอก...อิจฉา ทุกอย่างที่เป็นเทอ...หน้าตา รูปร่าง งาน ที่อยู่ ....ที่สำคัญ ได้จูบอนันดาโด้ยยยยยย....กิ๊วๆ
วิจารณ์นิดเด่ะ...เอาแต่อิน : หนังทำมะดาดูสนุกจ้า...ม่ายช่ายหนังดีอะไร พี่เค้าผูกปมไว้ แต่สะกิดทีเดียวก้อไปแว้ววว ปมเล่นๆ ดูเอาสนุกเถิด ฮาดี...อิน 555 ถ้าไม่อินนี่ หมดเลย...
จบภาคแรก Me Myself
ภาคสอง The Number 23 (spoil)
ดูหนังครั้งแรกกับเพื่อนสุดที่รัก...แต่ดันมาดูอะไรกันนี่...(เว้นเรื่องสนุกๆไว้ให้เค้าดูกับกิ๊กไง)
ได้กินป๊อบคอร์นรสชีสแล้ว...เหมือนเลย์ซาวครีมและหัวหอมเลยอ่า...
spoil spoil
หนังดี ถ้ามันหักมุมแบบยอมหักแต่ไม่ยอมงอ...แต่แมร่งไม่ยอมหัก แต่ยอมงออ่ะดิ.....
ท้ายเรื่องค่อยๆงอๆๆๆๆๆๆ จนเกิดอาการเบื่อเล็กน้อย
สรุปวันนี้ดูหนังคนความจำเสื่อมไปสองรอบ...
จบการ spoil
หนังสนุกดียกเว้นแค่ที่สปอยนั้นแหล่ะ 555+ แต่เรื่อยๆมากๆ
April 06 Mos Burger...เบอร์เกอร์สัญชาติญี่ปุ่นคร้าบบบเมื่อวานตอนบ่ายๆ ได้มีโอกาสไปเดิน central world plaza มาอีกรอบในส่วนของ zen ที่มีร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้นอีกหลายร้าน...
ตอนแรกกะว่าจะไปดูร้าน muji ร้านที่ทำสินค้าด้วยความเรียบง่ายไม่เน้นความเป็นตัวแบรนด์...
แต่ด้วยเหตุที่เรียบง่ายซะเท่ห์ขนาดนั้น..จึงโด่งดังมากในญี่ปุ่น
และข้ามมาโด่งดังต่อที่ไทยในฐานะ แบรนด์ "Muji" (ผิดวัตถุประสงค์มั้ยเนี้ย)
แต่ของเค้าเท่ห์จิงๆนะขอบอกๆ ซื้อกระดาษซับมันมาอันนึง..คุณภาพไม่ต่างจากของไทยเล้ยยยย..
ค่าเสียหาย 55 บาท ร้อยแผ่น แต่ชอบในตัวแบรนด์ไง..555 ซะงั้น
แปรงปัดแก้มก็น่าใช้ นิ่มมากเลยแถมพกสะดวกด้วยแต่ตอนหมุนอาจจะก๊องแก๊งไปหน่อย เท่านั้น สนนราคา 700 กว่าบาท เฮือก...
ดูๆไปก้อแพงกว่าสินค้าทั่วไปอยู่ดี..ทำให้เวลาซื้อต้องคิดว่าซื้อเพราะแบรนด์อยู่ดี...555+
เดินๆต่อก้อไปเจอร้านเบอร์เกอร์ คุ้นๆ Mos Burger : Japanese Fine Burger...
[ คุ้นๆเหมือนกับจำได้ว่ามีคนเคยบอกว่า จะรอกินเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น เค้ากำลังจะมาเปิดในไทย..]
อ๋อ...ร้านนี้ที่เอง...รูปโฆษณาน่ากินมาก...
สํญลักษณ์เค้าน่าจะเป็นมะเขือเทศที่ใส่แค่ชิ้นเดียว...คือ..ลูกมันใหญ่มากไง..น่ากัวมากๆ
ไปดูรอบหนังแล้วกะว่ากินจนถึงสี่โมงครึ่งแล้วมาดูหนังย่อยอาหารตอน สี่โมงสี่สิบ
ดูเสร็จแล้วไปว่ายน้ำเผาพลังงานต่อ ได้โปรแกรมใหม่ดังนี้แล้วก้อขึ้นไปทีเคปาร์คยืมหนังสือมาอ่านเล่นสองเล่ม
"อารมณ์กาแฟ" กับ "สหรัฐอเมริกา(หนังสือท่องเที่ยว)" เพราะมีเพื่อนได้ไปทำงานที่นู่น เผื่อจะแนะนำที่เที่ยวได้บ้าง ไม่ก้อจะได้คุยกันรู้เรื่องว่าตรงไหนคือตรงไหน
เสร็จปุ๊บได้เวลาท้องร้องแว้วว
เดินเข้าไป ก็พอจะมีคิวบ้างสองสามคน...
พอมาถึงคิวเราปุ๊บก้อสั่ง มอส ชีสเบอร์เกอร์ เซต...119 บาท
เอาน้ำเป็นโค้ก แล้วก้อมีเฟรนช์ฟรายด้วย...
(มอสเบอร์เกอร์คือที่มีมะเขือเทศควายหน่ะ)
พอจ่ายตังค์แล้วเค้าก้อมี ป้ายคิวมาให้ เอาไปวางที่โต๊ะ...
รอ รอ รอ
สักพักน้ำโค้กก้อมาก่อนเพื่อน...
พนักงานที่นี่นอบน้อมมากถึงมากที่สุด....
(ในสายตาเรารู้สึกว่ามันมากเกินไป
ขนาดเดินยังเหมือนจะรู้สึกกลัวลูกค้าด่ายังไงอย่างนั้น
แล้วเสียงก้อดูนิ่มๆเกิ๊น...
คงเทรนมาแบบต้องสุภาพกับลูกค้าให้มากที่สุดมั้งนะ)
แล้วอีกซักพัก เบอร์เกอร์ก้อมาพร้อมเฟรนช์ฟราย....ในตะกร้า พร้อมซอสมะเขือเทศหนึ่งซองและถ้วยใส่
มันหญ่ายยมากเลยจ๊อด...น่ากินสุดๆ แต่จากประสบการณ์การกินเบอร์เกอร์ที่โชกโชน...
ยิ่งมีน้ำข้นๆเยอะเท่าไหร่ยิ่งเปรอะ..เละเทะ
ยิ่งมีผักฝอยๆเท่าไร ยิ่งกระจายยย
ปรากฏว่าเป็นไปตามคาด...เพสที่เป็นหัวหอมผัดซอสกับเนื้อสับ ไหลทะลักออกมาจากก้อน
กัดด้านซ้ายไหลออกด้านขวา....555
กินคำแรกๆก้ออร่อยดีนะ แต่พอกัดๆไป คงเพราะคงอิ่ม เลยไม่รู้สึกแล้ว ว่ะ555
มีเมนูเยอะมากเลย...วันหลังจะลองไปกินอีก.. ใครอยากไปด้วยก้อยกมือขึ้นเลย เผื่อจะได้โทรไปชวนด้วย...
http://dunbine.exteen.com/20070402/mos-burger บล็อครีวิวที่ทำให้ภาวะไดเอทแตกกระเจิงได้...
http://www.mos.co.jp/menu/ ดูเมนูกันคร่าวๆ แต่นี่ของญี่ปุ่นน้า
April 02 วันออกกำลังกายหรือนี่...วันนี้ได้ฤกษ์ไปวิ่งที่รพ.ใกล้บ้านซึ่งป๊ะป๋าออกไปวิ่งเป็นประจำอยู่แล้วทุกวัน
กว่าจะออกไปได้เลทไป 30 นาทีเพราะมีคนมาซื้อของติดพัน..ซื้อเล็กซื้อน้อย
ไปวิ่งโห...วันนี้คนเยอะจัง..ป๊าก้อบอกว่าวันจันทร์คนเยอะเป็นพิเศษ วันอาทิตย์ไม่ค่อยมีคน
(เออ..จิ...เค้านอนอยู่บ้านกันหนิ)
วิ่งๆไปเจอคุณป้าท่านนึงใส่เสื้อคอกระเช้ามาวิ่งโด้ยล่ะ...แนวมั่กๆ
วิ่งไปวิ่งมา อะไรสว่างๆลอยอยู่บนฟ้าวะ...เพ่งใกล้ๆ อ้าวพระจันทร์นี่หว่า
ดวงเบ้อเริ่มเลย...พระจันทร์วันเพ็ญที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมั้งเนี้ยยย
วิ่งไปวิ่งมาพอและ....ขี้เกียจ...(อุตส่าห์มาวิ่งยังมีขี้เกียจ...วิ่งได้ตั้ง สองรอบครึ่งแหน่ะ แฮะๆ)
กลับมาโซ้ยแหลก...วะ 555 ดีไม่แวะซื้อทุเรียนมาลองกิน...(กรุจะผอมมั้ยเนี้ยยยยยย T_T) February 24 หลังจากที่โดนท่านบ๊อท ให้เขียนแล้วลืมไปประมาณ 3 ชาติติ๊ดๆความลับข้อที่ 1 เรกุจังเป็นฆาตกรที่ยังลอยนวลอยู่ ณ บัดนี้ เนื่องมาจากฆ่าน้องตัวเองตายตั้งแต่อยู่ในครรภ์พระมารดร หุหุ
ความลับข้อที่ 2 ตอนอนุบาลเคยเป็นหัวหน้าห้อง...จำหน้าที่ได้อยู่อย่างเดียวคือ ตอนนอนกลางวัน ต้องเป็นคนลุกมาล้างห้องน้ำ T_T
ความลับข้อที่ 3 เป็นสาวก x japan และการ์ตูนค่าย clamp เป็นชีวิตจิตใจ แต่หลังจากมันยุบวงและ x พลังล้างโลก 6 ชาติเศษออกเล่มนึงแล้ว หลังๆเคยลดดีกรีความบ้าลง
ความลับข้อที่ 4 ชอบร้องเสียงแมวเวลาเล่นกับหมา...และชอบร้องเรียกแมวให้ตกใจเล่นบ่อยๆ เพราะร้องทีไรมันก้อมองหาเจ้าของเสียงทุกที...(ยกเว้นแมวที่ร้านคุโรดะ...)
ความลับข้อที่ 5 เคยแปลงเพศมาแล้วสองครั้ง...ครั้งแรกแปลงเป็นผู้ชาย..ครั้งที่สองแปลงกลับมาเป็นผู้หญิง คริๆ November 29 เบื่อ...บ่นแค่นั้นแหล่ะ...
จะมีสิทธิบ่นอะไรได้มากกว่านี้ล่ะ...
อยากกินไอติมแปลกๆ เอาไว้ไปห้างบ่อยๆจะทำวิจัยไอติมแต่ละยี่ห้อแต่ละรสเลย...(โปรเจ็คนี้จนแน่ๆ)
กินรสเดียวกัน เทียบแต่ละยี่ห้อดีมั้ยน้า..น่าจะเป็นวิธีที่ดีเน้อะ
ข้าวเค้อวอะไรไม่ต้องกินแล้ว...กินมันแต่ไอติมนี่แหล่ะ
วันก่อนหนีแม่ไปเที่ยวผับแถวอนุสาวรีย์..ขำตอนจะออกจากบ้าน เพราะแม่โทรมาบอกว่ากำลังจะถึงบ้าน
ถามน้องว่า ม้าอยู่ไหน น้องบอกยังอยู่แถวปากท่ออยู่เลย...แป๋ว..แต่กลับบ้านก้อโดนสวดอยู่ดี
(สมน้ำหน้าแทนที่กลับแล้วจะรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อดันลงไปฟุบกับเก้าอี้อยู่ได้ตั้งนานจนแม่ออกมาเจอ)
เพลงแจ๊สนี่มีหลายแนวดีนะ...
มันมีทั้งแบบที่เราชอบ มีทั้งแบบที่เราโครตเกลียดเลย
ตกลงเราจะเรียกว่าเราชอบฟังแจ๊สได้มั้ยเนี้ย...ท่าทางจะไม่ได้แฮะ สองสามวันนี้รู้สึกท้องไส้ไม่ค่อยดี ต้องเปิดตำราหน่อยแล้วว่าเชื้อ E. coli มันแผลงฤทธิ์อะไรได้บ้าง
คลุกคลีกับมันอยู่บ่อยๆ เลี้ยงจนออกลูกออกหลานเป็นสีเขียวเมทัลลิก น่ากลัวเป็นบ้าเลย..
ลมพัดตอนเปิดเพลททีนี่ไม่รู้จะเกิดอะไรกับตัวเองบ้าง
เช็ดห้องซะที..จะได้รู้สึกอะไรมันเข้าที่เข้าทางบ้าง
เวลาเศร้าใจ หดหู่ ก้อจัดห้องให้เป็นระเบียบเรียบร้อยนิดนึง
จะได้รู้สึกว่าชีวิตมันไม่ได้ยุ่งเหยิงไปซะทุกเรื่อง ยังมีเรื่องที่เรายังจัดการได้อยู่..อย่างน้อยก้อห้องเรา
อยากดู saw3 ชวนเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอหน้านานแล้ว แต่เค้าไม่มีเวลาให้ก้อไม่รู้จะทำไงอะนะ
ชั่งน้ำหนักดูเอาระหว่างความอยากดูหนังเรื่องนี้กับความอยากดูหนังกับเพื่อนคนนี้แล้วกัน...
แต่ท่าทางจะได้ชวนคนอื่นไปดูแทนแน่ๆแล้ว...เฮ้อ...
การบ่นจบเพียงเท่านี้ก่อน...เบื่อ November 04 พลังจิตใต้สำนึก เมื่อคืนฝันรางๆว่าได้กินอะไรซักอย่างกลมๆเขียวมีเมล็ดใหญ่ๆอยู่ตรงกลาง...
วันนี้ตะเกียกตะกายได้ไปเดินจัตุจักรซื้อรองเท้าเพราะไม่มีจะใส่...ก้อเห็นเค้าวางขายเจ้าลูกนี้อยู่พอดีราวกับมีพรหมลิขิตให้มาเจอกัน
เพราะวันนี้คิดแล้วคิดอีกว่าจะออกมาดีมั้ย..? ไม่สบายด้วย เลยเวลาที่ตั้งใจจะออกจากบ้านแล้วด้วย ฯลฯ
สุดท้ายก้อได้เจ้านี่มากินเหมือนในฝัน... ลูกนี่แถวบ้านเรียกว่า "อาโวกาโด้" ครับ อิอิ
เรื่องที่เล่ามาข้างต้นเป็นตัวอย่างของพลังที่เราเชื่อว่าเป็น
"พลังจิตใต้สำนึก"
(เชื่อและเคยศึกษามา)
.
.
.
เหมือนพระเจ้าบันดาลมา
เหมือนเกิดโดยบังเอิญ
เหมือนพรหมลิขิต เหมือนปาฏิหาร
เหมือนฝัน
.
.
.
อะไรก้อตามที่อธิบายไม่ได้แต่เรารู้สึกทึ่งกับปรากฏการณ์นี้
บางคนบอกว่า อาจเป็นเพราะเราจำและสังเกตมากขึ้นก้อเท่านั้นเอง
แต่
เราเชื่อว่าพลังนี้มีในแต่ละคนไม่มากก้อน้อย
บางคนอาจเจอกับเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ
บางคนอาจเจอบ้าง มากน้อยแตกต่างกันไป
.
.
แต่ไม่ได้หมายความว่าคนเจอมากจะพิเศษกว่าคนทั่วไป
หรือเป็นคนดีกว่าคนอื่น
แค่
คุณมีพลังที่สื่อกับอะไรที่อธิบายไม่ได้มากกว่าก้อเท่านั้น
. . . ปล. เหตุการณ์ครั้งนี้เราอาจรู้สึกสนุกกับการที่มันเกิดกับตัวเรา
แต่
รสชาติของอะโวกาโด้มันไม่ได้อร่อยเลยอ่ะ เหอๆ ดันลืมไปได้รสชาติมันน่าทึ่งขนาดนั้น
และเหตุการณ์อีกหลายๆอย่างแบบนี้ที่เคยเกิดขึ้นกับเรา
เช่น
มะกี้เลยแหล่ะ...ปวดหัวปุ๊บ หันไปมองโต๊ะอันแสนรกรุงรังไปด้วยของกิน และเครื่องปรุงรสมากมาย ก็ดันสบตากับเจ้ายาแก้ปวดพอดี
เคยไปเดินอ่านหนังสือภาษาอังกฤษพวกปักผ้า ลายทอ อะไรปรามาณนี้ แล้วจำคำว่า motif ได้อารมณ์เกี่ยวกับผ้าๆนี่แหล่ะ...
แล้วพอนั่งรถกลับบ้านผ่านสีลม ก็เหลือบไปเห็นร้านผ้าที่มีชื่อว่า "Motif" พอดี เลยจำแม่นเลย...
เท่านั้นยังไม่พอ...
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่วง motif ของ rs promotion กำลังออกวางแผงพอดี...ซึ่งความหมายมันไม่ได้เกี่ยวกับผ้าเลยซักติ๊ดดดด
เพราะมันแผลงมาจากคำว่า motive แรงขับเคลื่อน ต่างหาก T_T
ฯลฯ
แล้วเพื่อนๆล่ะครับมีเรื่องอะไรแบบนี้เกิดกับตัวบ้างหรือไม่..?
ถ้ามี
นั้นหมายถึงร่างกายและจิตใจคุณกำลังสื่อสารกับคุณอยู่นะครับ..
ลองคุยดูนะครับ แล้วจะเจออะไรอีกมากซ่อนอยู่
ปล.2 ไม่สบายอยู่นะครับ ช่วงนี้เลยนอนเร็วถึงเร็วมาก..ประมาณ 2-3 ทุ่ม
ถ้าไงโทรมาตอนมีแสงอาทิตย์อยู่ดีกว่าครับ ยังพอมีแรงคุย
ปล.3 สุขสันต์วันลอยกระทงนะครับ ขอให้มีความสุขกันมากๆปีนี้
อยากไปกินพิซซ่าลันตาครับ แต่ไว้นัดกันไปเยอะดีกว่า
จะได้กินได้หลายๆอย่างด้วย...
ปล.4 ขอให้ตัวเองหายหวัดเร็วๆ...เซ็ง ลืมตาไม่ขึ้น ไม่รู้วันนี้บ้าบิ่นไปเจเจมาได้ยังไง
นั่งรถไปสองชั่วโมง กลับอีกสองชั่วโมงครึ่ง T_Tๆๆๆ
October 01 "ตอนนี้ อีช้าน...?" quiz กวนตีนๆของอีฉ้านนนนเอง...ลองดูกันนะคะ อยากรู้ว่าใครจะได้คะแนนสูงสุด และต่ำสุด..อิอิ September 08 อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย...ดูแลสุขภาพให้ดีนะคะ ทิฟฟานี่....เอ้ย ทิฟฟี่แสดดดดด...นังเทป...เพราะแก ชั้นเลยเปลืองตังค์ไปดู season change เลย
ไม่เห็นมีไรเลย...เซ็งๆ เด๋วจับ spoil ให้หมดเลยเนี้ย
ว่าแต่อากาศเปลี่ยนแล้วน้า...ได้กลิ่นหน้าหนาวมาร่ำๆแล้ว แต่ยังร้อนสาดดดดอยู่
มีใครโปรแกรมไปเที่ยวต่างจังหวัดมั้ย...ทำงานกันหมดแล้วสงสัยต้องไปชวนรุ่นน้องซะแล้ว
หยุดกีฬามหาลัยอยากไปดูงานพืชสวนโลกที่เชียงใหม่ง่า....อยากไปดูกระบองเพชรรรรร!!!
กระบองเพชรลูกแม่.....
July 23 <<<Phantom Of the Opera>>>Think of me
Think of me คิดถึงฉัน คนึงด้วยความพิสมัย
Think of me fondly, when we've said good bye เมื่อเราต้องจรจากกันไกล Remember me, once in a while จดจำฉัน เป็นครั้งคราว please promise me you'll try. ปรดสัญญาเถิดได้มั้ย When you find, that once again you long เมื่อใดที่เธอประสงค์จะ to take your heart back and be free, เอาดวงใจเธอคืนกลับไป และเป็นอิสระ if you ever find a moment, หากเธอสละเสี้ยวเวลาได้ spare a thought for me ก็โปรดคิดถึงฉันบ้าง
We never said our love was evergreen เราไม่เคยบอกว่ารักเรายืนยง
or it's unchanging as the sea หรือไม่แปรเปลี่ยนดั่งมหานที but if you can still remember แต่หากเธอยังระลึกได้ Stop and think of me หยุดสักนิดเพื่อคิดถึงฉัน Think of all the things รำลึกถึงสิ่งต่างๆ
we've share and seen ที่เราประสพพบพานมาด้วยกัน
Don't think about the way อย่างที่เป็นไป things might have been ไม่ใช่ดังที่น่าจะเป็น
Think of me, คนึงถึงฉัน ในยามตื่น Think of me waking, silent and resigned ในยามเงียบงัน และเมื่อยอมจำนน
Imaging me, จินตนาการถึงฉัน ว่าต้องพยายามมากแค่ไหน
trying too hard to put you from my mind ที่จะลบเธอออกจากใจได้
Recall those days, look back on all those times หวนรำพึงถึงวันก่อน ย้อนทั้งเวลาเก่า
Think of the things we'll never do คิดถึงสิ่งที่เราไม่อาจกระทำร่วมกันอีก There will never be a day จะไม่มีสักวันเลย when I won't think of you ที่ฉันจะไม่คิดถึงเธอ
...
Flowers fade, the fruits of summer fade ดอกไม้โรยรา ผลไม้แห่งฤดูร้อนร่วงโรย They have their seasons, so do we เป็นดังฤดูกาลของมัน เราก็เช่นกัน but please promise me, that sometimes แต่ได้โปรดให้สัญญาว่าบางครา you will think of me... เธอจะคิดถึงฉัน... Dark & Light 's too closeอันเนื่องมาจากคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เกิดเห็นโหวกเหวกโวยวาย เสียงรถหวอวุ่นวายแถวหน้าบ้าน...
เราก็ลืมตาขึ้นมาดูว่าเกิดอาราย...ทำไมน้องตูต้องจุดเทียนด้วยฟระ...
อ้าว...ไฟดับหนิ
มืด ปราศจากแสงสว่างที่เกิดจากไฟฟ้า เป็นโลกอีกโลกนึงที่คนเมืองน้อยนักจะเคยเห็น
เงายอดไม้ดำทะมึน ซอกเล็กซอกน้อยดูเหมือนจามีอะไรหลบซ่อนอยู่ทุกที่
เรา...หน่วยหน้ากลัวผี...เดินออกไปดูเหตุการณ์ที่ห่างกันไม่ถึง 100 เมตร
แค่เดินออกมาจากซอยถึงถนนใหญ่ เพียงไม่เกินยี่สิบก้าว
แสงไฟ เสียงรถติด แตร ไซเรน นกหวีด สารพัด มะรุมมะตุ้มคอสะพานกรุงเทพฯใหม่
เนื่องด้วย ไฟฟ้าลัดวงจร หม้อแปลงระเบิด ควันโขมง...
เหตุการณ์ และบรรยากาศช่างต่างกับในบ้านมะกี้ลิบลับนัก
เดินกลับมาในที่หน้าบ้านเลยชวนน้องมาถ่ายรูปแบบใช้ไฟฉายทำเป็นตัวหนังสือ...
พอเปิด review ภาพดูกลับกลายเป็นหมอกสีส้มจางๆ ไม่เห็นเป็นเส้นแสงไฟ
เรากับน้องก็ขนลุกซู่ สิวะ.....เอ้ว...ถ่ายติดผีป่ะเนี้ย!!!
ปล่าว...ที่จริงแล้วกล้องมันซูมอยู่มากๆ มันเลยไม่เห็นว่าเขียนตัวอะไร
กลับมาถ่ายเล่นในบ้านดีก่า...เซฟกว่าเยอะ...อิอิ July 20 ในที่สุดของที่สุด.........ว่ะ 5555+ในที่สุดก้อโพสรูปได้..ซะที....
ยังไม่ทันทำอารายเลย จู่ๆก้อโพสได้ซะงั้น -___-"
วันนี่ทำตับบดทอดด้วย...แหว่ะ
อยากได้กล้องดิจิมอนๆ ดีเอสแอลอาร์....แงๆ แต่ไม่มีตังค์อ่า
สงสัยต้องรอทำงานนู่น...
หัดทำรุปเล่นๆไปก่องแล้วกันเนอะ
... May 30 กลับมาเข้าโปรแกรมพิทักษ์อีกแล้ว...โดนไวรัสเล่นงานคับ เครื่องเราจะทำอะไรไม่ได้เลย กินแบตเตอรี่ เหมือนเปิดเครื่องไว้เฉยๆให้ไวรัสรันตัวเองเล่น มันจะทำให้ดาต้าที่เก็บไว้ไม่ได้ใช้งาน ความทรงจำของเครื่องจะรันขึ้นมาเอง แล้วก็รีพีทซ้ำไปซ้ำมา พอไล่ปิดก็เปิดตัวเองขึ้นมาใหม่ ทำให้เมนซีสเทมทำงานไม่ได้ หรือทำงานได้ก็ไม่มีประสิทธิภาพ เครื่องอาจจะแฮงค์ไปบางครั้งบางคราว ต้องแอนตี้ไวรัสกันสาหัสสากรรจ์เลยหลายวันหลายสัปดาห์ แล้วฆ่าไม่ได้ด้วยเป็นชนิดที่ไล่บี้แล้วยังซ่อนตัวอยู่ที่ไหนซักที่ลึกๆ พร้อมที่จะกลับมาเล่นงานตอนทีเผลอ อุตส่าห์จำกัดมันมาได้หลายสัปดาห์อยู่ แต่วันนี้ก็โดนเข้าอีกจนได้ เพราะฉะนั้นเพื่อนคนไหนที่พอจะรู้ว่าเครื่องเราโดนไวรัสจัดการได้ยังไงก็ช่วยๆดูให้หน่อยนะ... กันๆไว้ด้วยเพราะแอนตี้ไวรัสที่มีก็ช่วยได้ไม่ดีนัก...
นะคับ คุณพิริยะพงศ์ May 24 อัพพพพพ...เล่นๆ อิอิลองไปจับ อี-สามร้อยมาคร้าบ...อ้วนมั่กๆ
ไม่ชอบอย่างแรง อี-ห้าร้อยน่ารักกว่าตั้งเยอะ
กลับไปบ่นกับน้อง...
น้องสวนกลับ ก็ไม่ซื้อแล้วงาย...หรือเจ๊จะซื้อ
...
...
แหะๆ ลืมปาย ว่าแต่ว่าฝาปิดเลนส์ ห้าห้า มม หายากเน๊อะ
อืม...(แล้วน้องแกก็หยิบฝาปิด ห้าๆมมพร้อมซีพีแอลออกมา)
อุ..ไอ้บ้า มีก็ไม่บอกเกือบซื้อมาทั้งคู่แล้วววว
ดีนะ ที่ถามมัน.. May 08 Be perfect.กำลังบ้าดาราฝรั่งอย่างเอาเป็นเอาตายมากๆ
พี่ด่าโรคจิตทั้งวัน 55555+ ดูแต่เรื่องนี้ดูแล้วดูอีก
ดูแต่ซีนที่มีพระเอกของเจ๊ จะจำบทพูดได้อยู่แล้ว
เข้าเวปหาว่าเล่นเรื่องไรบ้าง
ไปร้านซื้อมาดูหลังไปเที่ยวกลับบ้านตีสามอย่างง่วงยังเปิดดูอ่า
เช้ามาดูอีกรอบ ตอนเย็นดูอีกรอบ
serchหาข้อมูลโปรไฟล์ทำอะไรที่ไหน photo
มีอะไรบ้างเนี้ยที่ยังไม่ได้ทำ เอิ้กๆ
ก็พระเอกของเจ๊ไม่ได้หล่อไม่ได้เด่นอารายเลย..น้า
แต่ชอบบทเค้าเล่นมากๆ
ตอนนี้ก็ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตารอหนังใหม่ที่จะเข้าปีนี้อ่ะนะ รอจะเหนื่อยแน่เลย
ว่าแล้วไปหาหนังสือเรื่องนี้มาอ่านดีกว่า อิอิ
เค้าจะต้องเป็นดาราดัง....ให้ได้ อุตส่าห์มีแฟนคลับคนนี้เชียร์อยู่ทั้งคน
... May 01 tomorrow...plan1 Bank oom-sin
2 Sumpeng : buy some cloth and garment
3 Bank Thai commercial : deposit
4 Dentist : about my teeth health
5 Central World Plaza : Taro and go some movie
6 if i have enough time, i'll go for some photograph
ans to odd : yes, maybe, i'll call you tomorrow morning.
|
|
|