| Ranu's profileเจ่น เจ๊น ๑__๑PhotosBlogLists | Help |
|
April 24 Me Myself .... (spoil), The number 23 (spoil)ออกมาจากโรงมีแต่คนบ่นว่าไม่ค่อย... ไม่เท่าไหร่...
จะมีใครได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งบ่นในห้องน้ำ กับเพื่อนที่เพิ่งโทรมาทางโทรศัพท์มือถือว่า
"ดีแล้ว...แกอย่าดูเลย ไม่อินหรอก... แกไม่ได้ชอบคนผิดเพศเหมือนชั้นหนิ...555"
ว่าแล้วก้อปาดน้ำตา แต่งอายลายเนอร์ที่หายไปข้างนึงระหว่างสงครามครูเสดมะกี้
อินกับอะไรในเรื่องนี้...
0. Tan >> Tam
1. อนันดา...น่าร้ากกกกก กร๊ากกกกกกรั่กๆๆ
2. ความฝันของนางเอก...ไม่ได้เหมือนกันหรอกนะ...ชั้นไม่ได้ฝันอยากเป็นนักกีฬา ice skate
แต่.... ชั้นฝันว่าอยากเล่นได้..เพราะ "Guys can be pretty rough out on that ice."
หนังที่พระเอกสุดที่ร้ากเล่นไว้ (คงเป็นเพราะเทอสามารถ ice skating ได้จึงได้รับเล่นในเรื่องนี้ 555)
หลายคนอาจเห็น ice skate เป็นกีฬาที่สวยงามและนุ่มนวลชวนฝัน...
ความจริงแล้วไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็นหรอกนะ
น้ำแข็งหน่ะมันแข็งจริงๆ
แข็งกว่าพื้นธรรมดาที่เรายืนอยู่อีก
น้ำแข็งเย็นอีกต่างหาก
เย็นกว่าพื้นที่เรายืนอยู่อีก
ทั้งแข็งทั้งหนาว
การล้มแต่ล่ะครั้งหมายถึงการบาดเจ็บหากไม่มีการป้องกันที่ดี
(แถมเปียกอีกต่างหาก ยิ่งเปียกยิ่งหนาว)
ก้นช้ำ ขาเขียว
มีอแหกเพราะไถลไปกับน้ำแข็งที่ขรุขระ
เข่าแหก ข้อมือพลิก
แต่ชั้นก้ออยากเล่น ice skate ให้ได้
มันเหมือนกับการที่ชั้นเคยเล่นบาสตอนมัธยม...
ได้ทิ้งอะไรหลายอย่างไว้...
ความกลัว ที่ก่อเกิดขึ้นในใจตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น...
การที่ไม่กลัวที่จะออกไปเดินในลานที่มีคน skate เก่งๆวิ่งเฉี่ยวไปมา...
ไม่กลัวเจ็บ...
จะได้กลับเป็นคนเดิมซะที...
3. บ้านเลขที่ตอนที่แทนตามหา บ้านแรกที่เจอ... 7/14 ว่ะ555 บ้านชั้น 7/24 ถ่ายทำแถวนี้ทำไมไม่รู้เรื่องเลยฟร้า เศร้านะเนี้ย อดเจอนันดาเลย
4. ตอนแทนย่าไปเจอหนุ่มเค้าอยู่กับลูกกับเมีย... โวยวายร้องไห้... อินโว้ยยย...!!!
(ทำไมไม่มีคนมาตีหัวปล้นชั้นเหมือนในหนังบ้าง...เผื่อจะได้ความจำเสื่อมทันทีเลย..จักเป็นพระคุณ >>> ตีหัวตัวเองแมร่งเลย 555)
5. "การแอบอ่านบันทึกของคนอื่นเป็นเรื่องร้ายแรง" (ไม่มีข้อยกเว้นเหมือนในหนัง) 5555 ==+
6. เชื่อเรื่องการคงอยู่ของวิญญาณมั้ย...ที่เมื่อคนนึงจากไปแล้ว วิญญาณส่วนนึงยังสิงอยู่ในร่างอีกคน เช่น มาม่า หรือ ช็อคโกแล็ตในเรื่องนี้
ที่จริงมันไม่ใช่เรื่องผีหรืออะไรหรอก...มันเป็นธรรมดาที่ใครจะซื้อของที่มีความทรงจำดีๆกับคนบ้างคน ตอนเรานึกถึงคนนั้น...
นึกถึงเพื่อนบางทีเราก้อนั่งร้านกาแฟ กินเค้ก
บางครั้งก้อซื้อ pop candy มากิน (ที่กินแล้ว แป๊ะๆในปาก)
บางครั้งก้อซื้อเบียร์แปลกๆมากิน
บางครั้งก้อนึกอยากกิน whopper ว่าตกลงมั้ยอร่อยจิงๆหรอ
วาเลนไทด์อาจจะซื้อ dark choc ให้ตัวเองกิน
ฯลฯ
มันก้อคล้ายๆกับที่หลายคนยังไปเดินวนๆในที่ที่มีความทรงจำดีๆกับใครบ้างคนนั้นแหล่ะ
พ่อ แม่ ญาติ
เพื่อน
คนรัก
และคนที่เคยรัก(กัน)
.
.
.
.
.
.
"แล้วจะกรวดน้ำไปให้ กรั่กๆๆ "
ยัง !!!!! ยังไม่ตายย
7. อยากเป็นนางเอก...อิจฉา ทุกอย่างที่เป็นเทอ...หน้าตา รูปร่าง งาน ที่อยู่ ....ที่สำคัญ ได้จูบอนันดาโด้ยยยยยย....กิ๊วๆ
วิจารณ์นิดเด่ะ...เอาแต่อิน : หนังทำมะดาดูสนุกจ้า...ม่ายช่ายหนังดีอะไร พี่เค้าผูกปมไว้ แต่สะกิดทีเดียวก้อไปแว้ววว ปมเล่นๆ ดูเอาสนุกเถิด ฮาดี...อิน 555 ถ้าไม่อินนี่ หมดเลย...
จบภาคแรก Me Myself
ภาคสอง The Number 23 (spoil)
ดูหนังครั้งแรกกับเพื่อนสุดที่รัก...แต่ดันมาดูอะไรกันนี่...(เว้นเรื่องสนุกๆไว้ให้เค้าดูกับกิ๊กไง)
ได้กินป๊อบคอร์นรสชีสแล้ว...เหมือนเลย์ซาวครีมและหัวหอมเลยอ่า...
spoil spoil
หนังดี ถ้ามันหักมุมแบบยอมหักแต่ไม่ยอมงอ...แต่แมร่งไม่ยอมหัก แต่ยอมงออ่ะดิ.....
ท้ายเรื่องค่อยๆงอๆๆๆๆๆๆ จนเกิดอาการเบื่อเล็กน้อย
สรุปวันนี้ดูหนังคนความจำเสื่อมไปสองรอบ...
จบการ spoil
หนังสนุกดียกเว้นแค่ที่สปอยนั้นแหล่ะ 555+ แต่เรื่อยๆมากๆ
April 06 Mos Burger...เบอร์เกอร์สัญชาติญี่ปุ่นคร้าบบบเมื่อวานตอนบ่ายๆ ได้มีโอกาสไปเดิน central world plaza มาอีกรอบในส่วนของ zen ที่มีร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้นอีกหลายร้าน...
ตอนแรกกะว่าจะไปดูร้าน muji ร้านที่ทำสินค้าด้วยความเรียบง่ายไม่เน้นความเป็นตัวแบรนด์...
แต่ด้วยเหตุที่เรียบง่ายซะเท่ห์ขนาดนั้น..จึงโด่งดังมากในญี่ปุ่น
และข้ามมาโด่งดังต่อที่ไทยในฐานะ แบรนด์ "Muji" (ผิดวัตถุประสงค์มั้ยเนี้ย)
แต่ของเค้าเท่ห์จิงๆนะขอบอกๆ ซื้อกระดาษซับมันมาอันนึง..คุณภาพไม่ต่างจากของไทยเล้ยยยย..
ค่าเสียหาย 55 บาท ร้อยแผ่น แต่ชอบในตัวแบรนด์ไง..555 ซะงั้น
แปรงปัดแก้มก็น่าใช้ นิ่มมากเลยแถมพกสะดวกด้วยแต่ตอนหมุนอาจจะก๊องแก๊งไปหน่อย เท่านั้น สนนราคา 700 กว่าบาท เฮือก...
ดูๆไปก้อแพงกว่าสินค้าทั่วไปอยู่ดี..ทำให้เวลาซื้อต้องคิดว่าซื้อเพราะแบรนด์อยู่ดี...555+
เดินๆต่อก้อไปเจอร้านเบอร์เกอร์ คุ้นๆ Mos Burger : Japanese Fine Burger...
[ คุ้นๆเหมือนกับจำได้ว่ามีคนเคยบอกว่า จะรอกินเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น เค้ากำลังจะมาเปิดในไทย..]
อ๋อ...ร้านนี้ที่เอง...รูปโฆษณาน่ากินมาก...
สํญลักษณ์เค้าน่าจะเป็นมะเขือเทศที่ใส่แค่ชิ้นเดียว...คือ..ลูกมันใหญ่มากไง..น่ากัวมากๆ
ไปดูรอบหนังแล้วกะว่ากินจนถึงสี่โมงครึ่งแล้วมาดูหนังย่อยอาหารตอน สี่โมงสี่สิบ
ดูเสร็จแล้วไปว่ายน้ำเผาพลังงานต่อ ได้โปรแกรมใหม่ดังนี้แล้วก้อขึ้นไปทีเคปาร์คยืมหนังสือมาอ่านเล่นสองเล่ม
"อารมณ์กาแฟ" กับ "สหรัฐอเมริกา(หนังสือท่องเที่ยว)" เพราะมีเพื่อนได้ไปทำงานที่นู่น เผื่อจะแนะนำที่เที่ยวได้บ้าง ไม่ก้อจะได้คุยกันรู้เรื่องว่าตรงไหนคือตรงไหน
เสร็จปุ๊บได้เวลาท้องร้องแว้วว
เดินเข้าไป ก็พอจะมีคิวบ้างสองสามคน...
พอมาถึงคิวเราปุ๊บก้อสั่ง มอส ชีสเบอร์เกอร์ เซต...119 บาท
เอาน้ำเป็นโค้ก แล้วก้อมีเฟรนช์ฟรายด้วย...
(มอสเบอร์เกอร์คือที่มีมะเขือเทศควายหน่ะ)
พอจ่ายตังค์แล้วเค้าก้อมี ป้ายคิวมาให้ เอาไปวางที่โต๊ะ...
รอ รอ รอ
สักพักน้ำโค้กก้อมาก่อนเพื่อน...
พนักงานที่นี่นอบน้อมมากถึงมากที่สุด....
(ในสายตาเรารู้สึกว่ามันมากเกินไป
ขนาดเดินยังเหมือนจะรู้สึกกลัวลูกค้าด่ายังไงอย่างนั้น
แล้วเสียงก้อดูนิ่มๆเกิ๊น...
คงเทรนมาแบบต้องสุภาพกับลูกค้าให้มากที่สุดมั้งนะ)
แล้วอีกซักพัก เบอร์เกอร์ก้อมาพร้อมเฟรนช์ฟราย....ในตะกร้า พร้อมซอสมะเขือเทศหนึ่งซองและถ้วยใส่
มันหญ่ายยมากเลยจ๊อด...น่ากินสุดๆ แต่จากประสบการณ์การกินเบอร์เกอร์ที่โชกโชน...
ยิ่งมีน้ำข้นๆเยอะเท่าไหร่ยิ่งเปรอะ..เละเทะ
ยิ่งมีผักฝอยๆเท่าไร ยิ่งกระจายยย
ปรากฏว่าเป็นไปตามคาด...เพสที่เป็นหัวหอมผัดซอสกับเนื้อสับ ไหลทะลักออกมาจากก้อน
กัดด้านซ้ายไหลออกด้านขวา....555
กินคำแรกๆก้ออร่อยดีนะ แต่พอกัดๆไป คงเพราะคงอิ่ม เลยไม่รู้สึกแล้ว ว่ะ555
มีเมนูเยอะมากเลย...วันหลังจะลองไปกินอีก.. ใครอยากไปด้วยก้อยกมือขึ้นเลย เผื่อจะได้โทรไปชวนด้วย...
http://dunbine.exteen.com/20070402/mos-burger บล็อครีวิวที่ทำให้ภาวะไดเอทแตกกระเจิงได้...
http://www.mos.co.jp/menu/ ดูเมนูกันคร่าวๆ แต่นี่ของญี่ปุ่นน้า
April 02 วันออกกำลังกายหรือนี่...วันนี้ได้ฤกษ์ไปวิ่งที่รพ.ใกล้บ้านซึ่งป๊ะป๋าออกไปวิ่งเป็นประจำอยู่แล้วทุกวัน
กว่าจะออกไปได้เลทไป 30 นาทีเพราะมีคนมาซื้อของติดพัน..ซื้อเล็กซื้อน้อย
ไปวิ่งโห...วันนี้คนเยอะจัง..ป๊าก้อบอกว่าวันจันทร์คนเยอะเป็นพิเศษ วันอาทิตย์ไม่ค่อยมีคน
(เออ..จิ...เค้านอนอยู่บ้านกันหนิ)
วิ่งๆไปเจอคุณป้าท่านนึงใส่เสื้อคอกระเช้ามาวิ่งโด้ยล่ะ...แนวมั่กๆ
วิ่งไปวิ่งมา อะไรสว่างๆลอยอยู่บนฟ้าวะ...เพ่งใกล้ๆ อ้าวพระจันทร์นี่หว่า
ดวงเบ้อเริ่มเลย...พระจันทร์วันเพ็ญที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมั้งเนี้ยยย
วิ่งไปวิ่งมาพอและ....ขี้เกียจ...(อุตส่าห์มาวิ่งยังมีขี้เกียจ...วิ่งได้ตั้ง สองรอบครึ่งแหน่ะ แฮะๆ)
กลับมาโซ้ยแหลก...วะ 555 ดีไม่แวะซื้อทุเรียนมาลองกิน...(กรุจะผอมมั้ยเนี้ยยยยยย T_T) |
|
|